วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สรุปบทเรียน 6 บท

บทที่ 1 ระบบอวัยวะของร่างกาย 
 ระบบการทำงานของอวัยวะในร่างกาย แบ่งได้เป็น 10 ระบบ คือ ระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ ระบบประสาทแบ่งออกเป็น 3 ส่วน (คือ ระบบประสาทส่วนกลาง ระบบประสาทส่วนปลาย และระบบประสาทอัตโนมัติ) ระบบประสาททำหน้าที่รับความรู้สึก ตอบสนองต่อความรู้สึก อารมณ์และความทรงจำต่างๆ รวมทั้งตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม ระบบต่อมไร้ท่อ ทำหน้าที่ผลิตและหลั่งฮอร์โมนออกมาเข้าสู่กระแสเลือด
บทที่ 2 เพศศึกษา
 วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนจากเด็กเข้าสู่ผู้ใหญ่ วัยรุ่นเปรียบเสมือนวัยระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ การเปลี่ยนแปลงเกิดจากระบบไร้ท่อที่ผลิตฮอร์โมนที่ส่งผลให้วัยรุ่นมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ลักษณะเฉพาะทางเพศชัดเจนขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจและอารมณ์ ของวัยรุ่น  ทำให้เกิดความวิตกกังวล ขาดความมั่นใจ มีความอยากรู้อยากลอง  ชอบอยู่เป็นกลุ่ม 
บทที่ 3 อารมณ์ทางเพศ
 เมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศ ความต้องการทางเพศก็จะตามมาและถือเป็นเรี่องธรรมชาติ การเกิดอารมณ์ทางเพศมี 2 ประการ คือ ระดับฮอร์โมนในร่างกายและสิ่งเร้าภายนอกที่ไปกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ การจัดการกับอารมณ์ทางเพศแบ่งตามความรุนแรงได้ 3 ระดับ คือ ระดับที่ 1 การควบคุมอารมณ์ทางเพศ ระดับที่ 2 การเบี่ยงเบนอารมณ์ทางเพศ และระดับที่ 3 การปลดปล่อยหรือระบายอารมณ์ทางเพศ
บทที่ 4 สุขอนามัยวัยรุ่น
 สุขอนามัยของผิว ผม เล็บ ฟัน หู ตา จมูก จะเน้นที่การรักษาความสะอาด สิ่งทำความสะอาดที่วัยรุ่นมักจะใช้กันทั่วไป เช่น สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม ยาระงับกลิ่นกาย แป้ง น้ำมันสำหรับผม ครีมทาผิว,ทาหน้า เจล โฟม น้ำหอม เป็นต้น แต่ควรใช้เฉพาะที่จำเป็น
บทที่ 5 เติบโตตามเกณฑ์
 การเจริญเติบโตทางด้านร่างกายในวัยรุ่นมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งปัจจัยภายในร่างกาย และภายนอกร่างกาย การเติบโตของร่างกายที่เป็นไปอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 12-16 ปี หลังจากนั้นจะเจริญเติบโตช้าลงจนถึงอายุ 19 ปี
บทที่ 6 เรียนรู้ชีวิต
 การล่วงระเมิดทางเพศเป็นพฤติกรรมที่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นในเรื่องเพศเป็นการกระทำที่รุนแรง และไม่รุนแรง การล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นได้หลายวิธี และอาจส่งผลต่อการเรียนและสุขภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

นิยามความรัก


1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง 2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ท่าน ประทานมา 

3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความ รู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว 

4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป 

5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รอ 

6. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกัน อย่างประทับใจที่สุด 

7. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา 

8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง 

9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ 

10. อย่าบอกลาถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจ 

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การมีเพศสัมพันธ์สำหรับผู้ชาย ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานของความรัก เจอใครให้ท่า หรือถูกใจเขา ก็สามารถสามารถมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ถูกใจ ส่วนผู้หญิงจะมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ตัวเองรัก หรือชอบเป็นทุนเดิม แต่ในความจริง การมีเพศสัมพันธ ์นอกจากจะทำให้เกิดความตื่นเต้นทางเพศ ความสนุก การผ่อนคลายทางเพศ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก การมีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้เตรียมตัวอาจจะทำให้เกิดผลเสียหลายประการ เช่น การติดเชื้อโรค เช่น เอดส์ หนองใน หงอนไก่ หรือตั้งครรภ์โดยที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้เสียอนาคต ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานจึงไม่เหมาะสม

วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สุขบัญญัติ 10 ประการ



๑. ดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด
  - อาบน้ำให้สะอาดทุกวัน อย่างน้อยวันละ ๑ ครั้ง
  - สระผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง
  - ตัดเล็บมือเล็บเท้าให้สั้นอยู่เสมอ
  - ถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลาทุกวัน
  - ใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ไม่อับชื้น และให้อบอุ่นเพียงพอ
  - จัดเก็บของใช้ให้เป็นระเบียบ
 ๒. รักษาฟันให้แข็งแรง และแปรงฟันทุกวันอย่างถูกวิธี
  - แปรงฟันทุกวันอย่างถูกวิธี อย่างน้อยวันละ ๒ ครั้ง เวลาเช้า และก่อนนอน
  - เลือกใช้ยาสีฟันและฟลูออไรด์
  - หลีกเลี่ยงการกินลูกอม ลูกกวาด ท็อฟฟี่ หรือขนมหวานเหนียว
  - ตรวจสุขภาพในช่องปาก อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
  - ห้ามใช้ฟันกัดขบของแข็ง
๓. ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังการขับถ่าย
  - ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนและหลังการเตรียม ปรุง และรับประทานอาหาร
  - ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังการขับถ่าย
๔. กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด สีฉูดฉาด 
  - เลือกซื้ออาหารสด สะอาด ปลอดสารพิษ โดยคำนึงถึงหลัก ๓ ป คือ ประโยชน์ ปลอดภัย ประหยัด
  - ปรุงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และใช้เครื่องปรุงรสที่ถูกต้อง โดยคำนึงถึงหลัก ๓ ส คือ สงวนคุณค่า สุกเสมอ สะอาดปลอดภัย
  - กินอาหารให้ครบ ๕ หมู่ เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และกินให้ถูกหลักโภชนาการทุกวัน
  - กินอาหารปรุงสุกใหม่ และใช้ช้อนกลางในการกินอาหารร่วมกัน
  - หลีกเลี่ยงการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ หรืออาหารรสจัด ของหมักดอง หรือ อาหารใส่สีฉูดฉาด
  - ดื่มน้ำสะอาด อย่างน้อยวันละ ๘ แก้ว
๕. งดสูบบุหรี่ สุรา สารเสพย์ติด การพนัน และการสำส่อนทางเพศ 
  - งดสูบบุหรี่
  - งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  - ไม่เสพสารเสพย์ติดทุกประเภท
  - งดเล่นการพนันทุกชนิด
  - งดการสำส่อนทางเพศ
๖. สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น
  - ทุกคนในครอบครัว ช่วยกันทำงานบ้าน
  - ปรึกษาหารือ และแสดงความคิดเห็นร่วมกัน
  - เผื่อแผ่น้ำใจให้กันและกัน
  - ทำบุญ และได้ทำกิจกรรมสนุกสนานร่วมกัน
๗. ป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท 
  - ระมัดระวังในการป้องกันอุบัติภัยภายในบ้าน เช่น ไฟฟ้า เตาแก๊ส ของมีคม จุดธูปเทียนบูชาพระ และไม้ขีดไฟ เป็นต้น
  - ระมัดระวังในการป้องกันอุบัติภัยในที่สาธารณะ เช่น ปฏิบัติตามกฏแห่งความปลอดภัยจากการจราจรทางบก ทางน้ำ ป้องกันอันตรายจากโรงฝึกงาน ห้องปฏิบัติการ เขตก่อสร้าง หลีกเลี่ยงการชุมนุมห้อมล้อม ในขณะเกิดอุบัติภัย
๘. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปี 
  - ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๓ ครั้ง
  - ออกกำลังกายและเล่นกีฬาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและวัย
  - ตรวจสุขภาพประจำปี
๙. ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ 
  - พักผ่อนและนอนหลับให้เพียงพอ
  - จัดสิ่งแวดล้อมทั้งในบ้าน และที่ทำงานให้น่าอยู่ หรือน่าทำงาน
  - มองโลกในแง่ดี ให้อภัย และยอมรับในข้อบกพร่องของคนอื่น
  - เมื่อมีปัญหาไม่สบายใจ ควรหาทางผ่อนคลาย
๑๐. มีสำนึกต่อส่วนรวมร่วมสร้างสรรค์สังคม 
  - มีการกำจัดขยะในบ้าน และทิ้งขยะในที่รองรับ
  - หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โฟม พลาสติก 
สเปรย์ เป็นต้น
  - มีและใช้ส้วมที่ถูกสุขลักษณะ
  - มีการกำจัดน้ำทิ้งในครัวเรือนและโรงเรียนด้วยวิธีที่ถูกต้อง
  - ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด
  - อนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น ชุมชน ป่า น้ำ และสัตว์ป่า เป็นต้น
อ้างอิง http://www.thaigoodview.com/node/3208